แคมเปญจากไทยลีกเพื่อส่งเสริมการเคารพและเพิ่มคุณภาพเกมลูกหนัง

ช่วงที่ผ่านมา แฟนฟุตบอลไทยลีกบางกลุ่ม อาจจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของธงที่ใช้ในช่วงพิธีการก่อนเริ่มเกม ซึ่งไม่ต้องแปลกใจไป เพราะนี่คือหนึ่งในงานแรกๆ ที่เกิดขึ้น ตามแคมเปญ ‘Moving Forward’ ที่เราต้องการจะทำให้เกิดการเรียนรู้ไปเรื่อยๆ แก่ทุกๆ คน ที่มีส่วนเกี่ยวกับฟุตบอล ในเรื่องของการแสดงความเคารพ และให้เกียรติกัน นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กองเชียร์ทุกท่านจะได้เห็นธง ‘Respect and Play on’ ตลอดฤดูกาลนี้   ufa1688 

ในฐานะลีกฟุตบอลอาชีพที่ดีที่สุดในอาเซียน และหนึ่งในลีกฟุตบอลที่ดีที่สุดในเอเชีย จากการยืนยันของ AFC ทำให้เราตระหนักถึงความสำคัญที่เราจะต้องคงไว้ซึ่งสถานะ และภาพลักษณ์ของลีกฟุตบอลบ้านเรา ว่ามันสามารถช่วยให้เรามีความสามัคคีกัน สามารถเพลิดเพลินไปกับเกมการแข่งขันภายใต้บรรยากาศที่ยอดเยี่ยม และยังทำให้เห็นว่า เรามีบรรยากาศที่ให้เกียรติกันและกัน โดยจะเห็นได้จากการที่นักเตะ และเจ้าหน้าที่ของทีม ให้เกียรติเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน เช่น ผู้ตัดสิน หรือจะเป็นการให้เกียรติกันและกัน ของสาวกเจ้าถิ่น กับทีมเยือน รวมถึงการที่ผู้เล่นให้เกียรติสาวกทั้งทีมตัวเอง และคู่แข่ง ด้วยการไม่ถ่วงเวลา ทั้งจากแนวทางเตะบอลทิ้ง, การแกล้งเดี้ยง หรือการแสดงพฤติกรรมที่ไร้ซึ่งน้ำใจนักกีฬา

จากผลวิจัยในการแข่งขันฟุตบอลลีกอาชีพทั่วโลก จะพบว่าการแข่งขันในฟุตบอลลีกชื่อดังอย่าง ลีก เอิง (ฝรั่งเศส), ลา ลีกา (สเปน) และ กัลโช่ เซเรีย อา (อิตาลี) นั้น ค่าเฉลี่ยเวลาที่ลูกฟุตบอลถูกเล่นอยู่ในสนามจริงๆ นั้นมากถึง 65 นาทีต่อเกม จาก 90 นาที ด้านลีกยอดนิยมของคนไทยอย่าง  Premier League  ( England ) ค่าเฉลี่ยเวลาที่มีการเล่นฟุตบอลในสนามจริงๆ ก็มากถึง 60 นาทีต่อเกมพร้อมกัน ส่วนในระดับเอเชียนั้น การแข่งขันเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก เวลาการเล่นฟุตบอลในสนามจริงๆ ก็ถูกคิดเป็นเวลา 60 นาทีต่อเกม ขณะที่ลีกชั้นนำของเอเชียอย่าง เคลีก (เกาหลีใต้) และ เจลีก (ญี่ปุ่น) ก็ใช้เวลาการเล่นในสนามจริงๆ 55 นาทีต่อเกม พร้อมกัน ซึ่งจาก Stats แล้ว ก็พอจะอ้างอิงได้ว่า เวลาการเล่นฟุตบอลในสนามจริงๆ ต่อเกมนั้น มีผลให้นักเตะจากชาตินั้นๆ สามารถทำผลงานได้ดีในการแข่งขันในระดับสูง

แต่ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกนั้น ผลวิจัยชี้ว่า ในปีที่ผ่านมา การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก มีค่าเฉลี่ยเวลาของการเล่นฟุตบอลในสนามจริงๆ อยู่ที่ 45 นาทีเท่านั้น ซึ่งมั่นใจว่า เราต้องการให้นักเตะของเรามีการเปลี่ยนแปลงในจุดนี้ เราต้องการให้นักเตะสร้างความบันเทิงจากการเล่นฟุตบอลด้วยความเร้าใจ ให้กับผู้มีส่วนร่วม ผู้ถือสิทธิประโยชน์ต่างๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับสาวกของเราเอง

ฉะนั้นแล้ว แคมเปญ ‘Respect and Play on’ จะช่วยให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคน ตระหนักในเรื่องของการผลักดันให้ฟุตบอลของบ้านเรา เล่นอย่างเร้าใจ สวยงาม มีการให้เกียรติกันและกัน และไม่ว่าคุณจะเป็นนักฟุตบอล, เจ้าหน้าที่ทีม, กองเชียร์ หรือสื่อมวลชน เราก็อยากให้ทุกคน ช่วยกันทำให้ไทยลีกของพวกเรา เล่นด้วยความสนุก สวยงาม และเล่นอย่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตามแคมเปญ ‘Respect and Play on’ มาดามแป้งแฮปปี้ ส.บอลนำ VAR มาใช้เต็มรูปแบบในฤดูกาล 2020 และขอให้กำลังใจทีมงานทุกคนที่เกี่ยวข้อง

นวลพรรณ ล่ำซำ ประธานสโมสร การท่าเรือ เอฟซี กล่าวรู้สึกพอใจการนำวิดีโอช่วยผู้ตัดสินหรือ VAR มาใช้งานเต็มรูปแบบในศึกโตโยต้า ไทยลีก ฤดูก่าล 2020 พร้อมทั้งให้กำลังใจทีมงานทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

VAR ถูกนำมาลองระบบตั้งแต่ฤดูกาล 2018 ก่อนที่ฤดูกาล 2020 จะถูกใช้งานแบบเต็มรูปแบบและมีบทบาทสำคัญตั้งแต่อาทิตย์แรกของการแข่งขันโตโยต้า ไทยลีก รวมถึงเกมที่ สิงห์เจ้าท่า เปิด แพท สเตเดี้ยม เอาชนะ นครราชศรีมา มาสด้า เอฟซี 4-1 โดยในนัดนี้มีการเรียกใช้ VAR 2 ครั้ง จากจังหวะที่ เฮแบร์ตี้ แฟร์นานเดส หลุดเดี่ยวเข้าไปยิงในนาที 55 และอีกครั้งจากจังหวะ ประลอง สาวันดี โดน นิติพงษ์ เสลานนท์ สกัดในกรอบเขตโทษ ในนาที 82

“ถ้าถามว่า VAR เป็นยังไงในฐานะที่เป็นทีมที่ชนะ ก็พูดว่า เราก็แฮปปี้” มาดามแป้ง ให้สัมภาษณ์กับ โกล ประเทศไทย

“เชื่อมั่นว่าผลการตัดสินมันออกมาอย่างตรงไปตรงมา แต่ในเกมฟุตบอล มันจะมีสิ่งหนึ่งที่กรรมการจะถูกมองว่าเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง”

“คิดว่าต่อจากนี้ไป ทั้งทางสมาคมฯ ท่านนายกสมาคมฯ ‘พี่อ๊อด’ สมยศ (พุ่มพันธุ์ม่วง) คงจะมองเห็นว่าประเด็นกรรมการ การนำ VAR มาช่วย มันจะมีบางอย่างดีขึ้น ตอบโจทย์เวลาที่มองไม่เห็น แล้วมีการเรียก”

“แป้งมองว่าแม้ว่ามี VAR แล้วแต่ก็ยังต้องใช้คน จึงต้องให้กำลังใจทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการดู VAR เพราะมันต้องใช้วิชาความรู้เข้ามาดูด้วย สุดท้ายนี้ก็พอใจแฮปปี้ค่ะ”

สำหรับ การท่าเรือ เอฟซี มีโปแกรมทำศึกโตโยต้า ไทยลีก เปิด แพท สเตเดี้ยม เปิดบ้านต้อนรับของ สมุทรปราการ ซิตี้ เอฟซี   ชินจิ โอโนะ มิดฟิลด์ชื่อดังทีมชาติญี่ปุ่น เปิดบอกถึงอดีตเพื่อนร่วมทีมคอนซาโดเล ซัปโปโร อย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ว่าต้องคิดเรื่องการทำประตูมากกว่านี้จึงจะพร้อมบินไปค้าแข้งต่างแดน และมองว่าเป็นดาวเตะที่มีศักยภาพดีพอไปถึงจุดนั้น

มิดฟิลด์วัย 39 ปี ได้ให้สัมภาษณ์ผ่าน โกล ประเทศไทย โดยในตอนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ได้ตอบคำถามที่ว่า คิดยังไงในการก้าวจากเจลีกไปสู่โลกกว้าง หลังไต่เต้าจากลีกสูงสุดบ้านเกิดไปค้าแข้งในยุโรปกับ เฟเยนูรด์ ที่เยเธอร์แลนด์ และ โบคุ่ม ในบุนเดสลีกา เยอรมัน มาแล้ว ซึ่งหลังกล่าวถึงมุมมองของตัวเอง ยังได้เอ่ยถึงความยอดเยี่ยมจอมทัพชาวไทย แต่มีสิ่งที่ยังขาดไปกับโอกาสในการก้าวสู่ลีกนอกทวีปเอเชียอีกด้วย

“พวกนักเตะที่มาเล่นในญี่ปุ่นยกตัวเช่นจากประเทศไทยมีทักษะดีมาก โดยเฉพาะชนาธิป ที่มีความคล่องตัวสูงกว่านักเตะญี่ปุ่นโดยมากเสียอีก” อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติญี่ปุ่น เริ่มกล่าวถึง ชนาธิป สรงกระสินธ์

“แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตัวสูงนัก แต่เขามีความเร็วแถมมีความเร็วในการฟื้นตัว การตัดสินใจของเขาโดดเด่นมาก”

“ในฐานะห้องเครื่องแดนกลางตัวรุก ถ้าเขาเริ่มคิดถึงเรื่องการทำประตูให้มากกว่านี้อีกสักหน่อย ผมก็คิดว่าเขาพร้อมแล้วที่จะไปเล่นต่างประเทศ ศักยภาพของเขามันไม่มีขีดจำกัด เขาแค่ต้องคิดว่าอะไรที่เขาจำเป็นจะต้องทำเพื่อให้ไปถึงจุดนั้น ผมคิดว่าชนาธิปเป็นคนที่มีศักยภาพจะไปถึงจุดนั้น”

“นอกเหนือต่อไป ถ้าเขายังมีเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยม และโค้ชที่ยอดเยี่ยมอยู่รอบๆต่อไป เขาจะเป็นดาวเตะที่มหัศจรรย์กว่านี้เสียอีก” ชินจิ โอโนะ กล่าวทิ้งท้าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *