“คุณไม่รู้หรอกว่าผมมีความสุขขนาดไหน ที่สุดท้ายผมได้ย้ายทีม”

“เพราะอย่างที่คุณรู้ ผมตกลงกับ ราชันชุดขาว ได้แล้ว และกับสโมสรอื่นด้วย แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้มันไม่เคยลุล่วง” 
“นักเตะที่น่าจะย้ายออกจาก ราชันชุดขาว ยังอยู่ต่อ ทำให้พวกเขาไม่สามารถเซ็นสัญญากับผมได้ ผมถึงกับถามตัวเองว่าโอกาสแบบนี้มันจะเข้ามาอีกไหม?” 
“แต่หลังต่อไปก็เป็น แมนฯ ยู สโมสรในฝันของผม, สโมสรที่มหัศจรรย์ในลีกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกที่เข้ามา ผมไม่จำเป็นจะต้องคิดแม้แต่วินาทีเดียวเมื่อโอกาสนี้มันเข้ามาหาผม”    ufa1688
ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค ให้สัมภาษณ์เอาไว้กับสื่อเจ้าใหญ่ที่สุดของเนเธอร์แลนด์อย่าง เดอ เทเลกราฟ (De Telegraaf)
สิ่งที่มิดฟิลด์ชาวดัตช์พูดออกมา มันดูจะเป็นอะไรที่มากกว่าแค่การตอบคำถามตามสคริปต์ แต่แสดงให้เห็นจริงๆ ว่าการที่เขาย้ายออกจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม เข้าสู่ถิ่น สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด มันเป็นไปด้วยความเต็มใจของทุกฝ่ายที่อยากให้ดีลนี้เกิดขึ้น
“เมื่ออาทิตย์ก่อนผมได้คุยกับ โซลชาร์ มันเป็นการเจรจากันเรื่องส่วนตัว แต่ก็เกี่ยวกับฟุตบอลด้วย เขาพูดว่าเขาติดตามผมมานานแล้ว”
“เขากล่าวว่าเขารู้แจ่มแจ้งว่าจุดแข็งที่สุดของผมคืออะไร และเขาบอกผมว่าเขาอยากให้ผมอยู่ในกรอบ 16 หลาในการเล่นที่ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วย”
“เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และ ดาลี่ย์ บลินด์ ช่วยผมในการตัดสินใจครั้งนี้ด้วยเช่นกัน พวกเขาตื่นเต้นมากเกี่ยวกับ Manchester United" 
“พวกเขากล่าวว่านี่ไม่ใช่แค่สโมสรที่ใหญ่โต แต่เป็นสโมสรที่อบอุ่นมากด้วย และนี่คือประสบการณ์ที่ผมสัมผัสได้กับสโมสรตั้งแต่ขณะนี้ ผมตื่นเต้นจริงๆ ที่ได้มาที่นี่”
___________________________
หากไม่นับ เมมฟิส เดอปาย ที่ไม่สามารถแจ้งเกิดในถิ่น สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ได้ ถือว่านักเตะที่เคยมีดีกรีติดทีมชาติเนเธอร์แลนด์ชุดใหญ่ มักประสบความสำเร็จในการเล่นให้ปีศาจแดงแทบทั้งหมด
จากทัศนคติที่ ฟาน เดอ เบค แสดงออกมาผ่านการให้สัมภาษณ์เมื่อคืนนี้ มันเป็นไปได้ด้วยแง่บวก ว่าเขาสามารถเจริญรอยตามอดีตตำนานอย่าง ยาป สตัม, รุด ฟาน นิสเตลรอย, เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ และ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ ได้ไม่ยาก
“ผมจะเริ่มต้นจากศูนย์อีกครั้งที่ แมนฯ ยู” 
“มันดูเหมือนเป็นเรื่องน่าเศร้า แต่ผมชอบนะ ถ้าคุณออกสตาร์ทด้วยการลงบันได คุณสามารถเริ่มต้นที่จะปีนมันขึ้นมาใหม่อีกครั้งได้”
“ขณะนี้มันขึ้นอยู่กับผมแล้วที่จะได้เห็นว่าผมไปได้ไกลแค่ไหน และผมมองสิ่งนี้เป็นความท้าทาย”
“ในช่วงครึ่งเวลาแรกของฤดูกาลที่ผ่านมา ผมเริ่มมีความอยากลองที่จะไปเล่นในประเทศอื่นอย่างแท้จริง ผมโหยหาสภาพแวดล้อมใหม่ๆ เพื่อนร่วมสังกัดใหม่ และการแข่งขันใหม่ๆ” 
“แต่ผมไม่ต้องการเป็นคนที่อ่อนปวกเปียกกว่าเดิมที่อาแจ็กซ์ เพราะผมอยากบอกลาสโมสรแห่งนี้อย่างมีสไตล์”
“ระดับที่เราเคยไปถึงในฐานะทีมตอนที่แข่งกับ ราชันชุดขาว, ม้าลาย และ ท็อตแน่ม และบางทีมันก็สูงกว่านั้น เป็นสิ่งจำเป็นถ้าหากคุณต้องการเล่นใน Premier League  และอยากจะเป็นตัวจริงที่ ปีศาจแดง”
“ด้วยทีมที่หนุ่มและยอดเยี่ยม ซึ่งผมคิดว่าผมจะเข้ากันได้เป็นอย่างดี ผมหวังว่าจะพา ยูไนเต็ด กลับไปสู่ชั่นยอด และนำเกียรติยศและถ้วยรางวัลมาให้พวกเขา”
___________________________
ย้อนไปเมื่อ 2 ฤดูกาลก่อน ชื่อของ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค คือหนึ่งในผู้เล่นอนาคตไกลของ อาแจ็กซ์ ที่ถูกคาดหมายว่าจะไปสร้างชื่อกระหึ่มในการเล่นที่ลีกใหญ่ๆ ของยุโรปได้แน่
นอกจากห้องเครื่องดาวเด่นอย่าง เฟรงกี้ เดอ ยอง และเซนเตอร์แบ็กวันเดอร์คิดกัปตันทีมอย่าง มัทไธส์ เดอ ลิกท์ ก็มี ฟาน เดอ เบค นี่แหละ ที่ถูกยกให้เป็นเพชรเม็ดงามของวงการฟุตบอลดัตช์ในรุ่นๆ เดียวกัน
ซีซั่น 2018-19 อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม หยุดช่วงเวลาที่ร้างแชมป์นาน 5 ปี กวาดดับเบิ้ลแชมป์ในแดนกังหันลมทั้ง เอเรดิวิชี่ และ เคเอ็นวีบี คัพ โดย ฟาน เดอ เบค โชว์ผลงานยิง 9 แอสซิสต์ 10 ในเกมลีก
และอย่างที่ทุกคนจำกันได้ดี นั่นคือพวกเขาเกือบผ่านเข้ารอบชิง  UEFA  แชมเปี้ยนส์ ลีก…
บนเส้นทางมหัศจรรย์ในทัวร์นาเมนต์ที่มาตรฐานสูงที่สุดของยุโรป ฟาน เดอ เบค ช่วยให้ทีมผ่านรอบแบ่งกลุ่มด้วย Stats ไร้พ่าย แม้ต้องพบกับคู่แข่งสุดแกร่งอย่าง เสือใต้ และ เบนฟิก้า
เขาโชว์ฟอร์มโดดเด่นในตำแหน่งจอมทัพ นัดที่พา อาแจ็กซ์ บุกยำใหญ่ ราชันชุดขาว 4-1 ถึง ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
ในรอบก่อนรองชนะเลิศ เขาคือคนซัดประตูสำคัญในเกมเลก 2 ที่บุกเยือน ม้าลายยูเวนตุส ก่อนที่ อาแจ็กซ์ จะบุกตบทีมม้าลายร่วงคาตูรินด้วยสกอร์ 2-1 และผ่านเข้ารอบด้วยสกอร์รวม 3-2
เขายังเป็นคนยิงประตูโทนให้อดีตทีมบุกชนะทีมไก่เดือยทอง 1-0 ถึง ไก่เดือยทอง สเตเดี้ยม แต่น่าเสียดายที่ความไม่นิ่งพอในการเล่นเกมชี้ชะตาที่บ้านตัวเอง ทำให้โดนทีเด็ด ลูคัส มูร่า ซัดคนเดียว 3 ประตูจนดับฝันเข้าชิงไป
ยังไงก็ตาม ฟอร์มของมิดฟิลด์ที่ถูกเชิดชูว่ามีสไตล์การเล่นคล้ายกับ แฟร้งค์ แลมพาร์ด ในวัยหนุ่ม ไปเข้าตาสโมสรยอดทีมทั่วยุโรปตั้งแต่ช่วงระหว่างซีซั่น 2018-19 เสร็จแล้ว  ดิ แอธเลติก สื่อเจ้าดังของสหรัฐอเมริกา ที่มักนำเสนอประเด็นในวงการกีฬาแบบเจาะลึกสุดๆ พูดว่า ในช่วงระยะเวลา 3 วันตอนที่ อาแจ็กซ์ เดินทางไปที่กรุงลอนดอนเพื่อบู๊กับ ท็อตแนมฯ ในรอบรองชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก เลกแรกในช่วงสิ้นเดือนเมษายน 2019 พาร์ทเนอร์ของ ฟาน เดอ เบค ได้เริ่มคุยกับหลายๆ สโมสรของ England แล้ว
คนที่ได้โอกาสพูดคุยกับ Agent ของนักเตะประกอบด้วย ราอูล ซานเยอี อดีตหัวหน้าผู้บริหารฝ่ายฟุตบอลของไอ้ปืนใหญ่
มาริโอ อูซิยอส อดีตผู้อำนวยการฟุตบอลของเวสต์แฮม 
รวมถึง สตีฟ ฮิทเช่น หัวหน้าแมวมองของ ไก่เดือยทอง ซึ่งเป็นคู่แข่งใน UCL โดยตรงของอาแจ็กซ์ในตอนนั้น
ทางด้าน ปีศาจแดง คือทีมที่ 4 ที่เข้าไปคุย (ทีมปีศาจแดงมีออฟฟิศสโมสรตั้งอยู่ที่ลอนดอนด้วย) โดยส่ง แม็ตต์ จัดจ์ ซึ่งมีตำแหน่งในสโมสรอย่างเป็นทางการว่า “หัวหน้าฝ่ายพัฒนาองค์กร” เข้าไปเจรจา
แม้ว่า จัดจ์ มักจะปิดดีลคว้านักเตะใหม่ได้ล่าช้า แต่ใช่ว่าเขาจะไม่มีศิลปะในการตะล่อมผู้เล่นฝีเท้าดีเข้าสู่ถิ่น สนามเหย้าของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เลย
การเจรจาเบื้องต้นระหว่าง จัดจ์ กับ Partner ของ ฟาน เดอ เบค ในช่วงราวๆ 16 เดือนก่อน ไม่ใช่การทำทุกอย่างเพื่อจะให้สโมสรเป็นผู้ชนะในศึกชิงตัวมิดฟิลด์ดาวรุ่งโดยทันที แต่เป็นการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่าง Manchester United กับ Partner ของนักเตะเอาไว้
อีกคนที่มีส่วนช่วยให้ทีมปีศาจแดงรักษาโอกาสเข้าไปพูดคุยกับ ฟาน เดอ เบค ได้ง่ายขึ้นก็คือ รอย บูเคนคัมป์ แมวมองของสโมสรที่ประจำการอยู่ที่ฮอลแลนด์  ดิ แอธเลติก กล่าวว่าทันทีที่ อาแจ็กซ์ ตกรอบตัดเชือก แชมเปี้ยนส์ ลีก สโมสรแรกที่ยื่นข้อเสนอเข้าไปทาบทาม ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค อย่างเป็นทางการ คือทีมจากบุนเดสลีกาที่นิยมการเขมือบดาวรุ่งอย่าง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์
ยังไงก็ตาม ทีมเสือเหลืองไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในเรื่องค่าตัวกับทางทีมแชมป์ลีกดัตช์ได้ เพราะในตอนนั้น มาร์ค โอเวอร์มาร์ส ผู้อำนวยการฟุตบอลของอาแจ็กซ์ ยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ปล่อย ฟาน เดอ เบค ออกไปด้วยราคาถูกๆ
สโมสรเพิ่งตกลงปล่อย เฟรงกี้ เดอ ยอง ให้ บาร์ซ่า ด้วยค่าตัว 75 ล้านยูโรไปก่อนแล้ว ขณะที่ มัทไธส์ เดอ ลิกท์ ก็จะมีค่าตัวไม่น้อยไปกว่ากัน 
ยิ่งไปกว่านั้น นักเตะคนอื่นๆ อย่าง ฮาคิม ซิเย็ค, อองเดร โอนาน่า, นิโกลัส ตายาฟิโก้ และ ดาวิด เนเรส ก็ทำผลงานดีจนมีมูลค่าสูงขึ้นมากในตลาด 
เพราะฉะนั้น ฟาน เดอ เบค จึงถูกตั้งค่าตัวไว้ไม่ใช่น้อยๆ ในช่วงฤดูร้อน 2019 
ดอร์ทมุนด์ไม่เคยจ่ายเงินซื้อใครในระดับ 45-50 ล้านยูโรมาก่อน จึงไม่คิดสู้ราคาแน่นอน ก่อนหันไปดีลนักเตะจากทีมในบุนเดสลีกาอย่าง ยูเลี่ยน บรันด์ท และ ธอร์กกาน อาซาร์ แทนดีกว่า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *